รีวิว Call of Duty Mobile เกมยิงบนมือถือที่ยก Call of Duty ตัวเต็มมาแบบครบเครื่อง

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมากับเกม Call of Duty Mobile (ต่อไปนี้จะเรียกว่า COD) โดยค่าย Garena ที่จับมือกับผู้พัฒนา Activision ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนคงจะลองเล่นไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้เล่นอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเล่นได้เนื่องจากในระบบ iOS นั้นไม่รองรับการเล่นบนโทรศัพท์รุ่น iPhone 5s หรือเก่ากว่าแล้ว

1. โหมด Multiplayer
ผู้เขียนมีความชอบส่วนตัวตรงที่เกมสามารถพอร์ตด่านใหญ่มาลงได้ค่อนข้างไปทางดีมากเลยล่ะ เพราะมีการเก็บรายละเอียดส่วนของห้อง กำแพง ผนัง และเอกลักษณ์ในแต่ละด่านมาได้ค่อนข้างครบ เคยเล่นในคอมยังไง ปรับใช้กับในมือถือได้เลย สิ่งที่ดีอยู่อย่างหนึ่งในการยกเกม FPS ลงมาใส่ในมือถือของ COD นั้นได้แก่การบังคับควบคุม ซึ่งมีให้ปรับแต่งค่อนข้างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Sensitivity (ความละเอียดในการจับการเคลื่อนไหวนิ้ว) หรือรูปแบบปุ่มบังคับที่สามารถเลือกปรับได้ทั้งตอนยิงและตอนขับรถให้เหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้

2. โหมด Battle Royale
โหมดนี้มีความสมดุลที่การจับคู่ผู้เล่นในระดับแรงค์ที่ใกล้เคียงกันพอสมควร และจากที่ลองใส่หูฟังในการเล่นเกมดู ทำให้รู้สึกได้ว่าการให้เสียงนั้นยังมีระยะเสียงที่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ บางครั้งคือรู้แหละ ว่าศัตรูอยู่ข้างหลัง แต่ไม่รู้ว่าใกล้ไกลหรือมีองศาแค่ไหน เช่น หลังก้อนหินที่เราพิง หรืออยู่ในบ้านที่เราเพิ่งผ่านมา (ในระยะ 100 เมตร) เป็นต้น อาจต้องใช้ความเคยชินในการฟังเสียงสักเล็กน้อย แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามต้องใส่หูฟังในการเล่น เพราะไม่อย่างนั้นมันจะบอกทิศทางอะไรไม่ได้เลย

3. การปรับแต่งชุด, อาวุธ, Perks, และ Scorestreaks
การปรับแต่งชุดและอาวุธใช้การอ้างอิงตัวเกมฉบับเต็มมาเลย นั่นก็คือการเก็บเลเวลอาวุธเพื่อปลดล็อกอุปกรณ์แต่งปืน (ยกเว้นโหมด Battle Royale ที่หาเก็บเอา) ดังนั้นใครที่มาเริ่มเล่นแรกๆ อาจจะขัดใจอยู่สักหน่อยกับการเล่นปืนแบบ ironsight (ศูนย์เล็งแบบเดิมๆ) แต่เมื่อเราสามารถฆ่าได้ทำคะแนนได้เรื่อยๆ ก็จะเป็นการเก็บค่าประสบการณ์ปืนเพื่อปลดล็อกของแต่งใหม่ๆ เพิ่มประสิทธิภาพให้ใช้ได้ดีและครอบคลุมการวิธีการเล่นของเราได้มากขึ้น

ในส่วนของระบบ Scorestreaks ถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเกมซีรี่ส์ Call of Duty ที่มีเรื่องของแก็ดเจ็ตและอุปกรณ์เสริมให้ใช้ในเวลาที่เราสามารถเก็บคิลอย่างต่อเนื่องได้ รวมไปถึงการจัด Perks ให้เหมาะสมกับแนวทางการเล่นของเราตามความถนัด เช่น ถ้าเราโซโล่คนเดียว ก็ใช้ Perk Ninja เพื่อให้สามารถโหนขึ้นที่สูง ขึ้นหลังคา ขึ้นระเบียงได้อย่างอิสระ ช่วยในการหลบหนีและเข้าหาศัตรูได้อย่างรวดเร็ว หรือถ้าเล่นกับเพื่อนก็อาจจะเลือก Perk Medic มาเพื่อเอาไว้ช่วยเพื่อนเพิ่มเลือดได้ เป็นต้น

4. ระบบ Battle Pass
ระบบนี้จะมีการใส่เข้ามาเพื่อแจกของให้ผู้เล่นเพิ่มเติมกันนอกเหนือจากเล่นเพิ่มเก็บแต้มหรือเข้ามาล็อกอินเพื่อเอาไอเท็ม โดยมีทางเลือกให้เสียตังค์กันเพื่อที่จะได้ไอเท็มและของรางวัลอื่นๆ ที่มีความแรร์มากขึ้น มีความสวยงาม และมีลูกเล่นมากขึ้น เป็นต้น โดยเมื่อเราทำภารกิจได้ตามที่กำหนดก็จะเป็นการปลดล็อกไปสู่ของรางวัลขั้นต่อไป

เกม

การพอร์ตจากเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA มาลงมือถือในครั้งนี้ถือเป็นการพอร์ตที่ดี ไม่ทำให้ภาพลักษณ์เดิมของตัวเกมเสียไปแต่อย่างใด แถมยังใส่ระบบต่างๆ ที่มีในเวอร์ชัน PC และคอนโซลมาแบบครบครัน แต่มีข้อเสียคือผู้เล่นที่ไม่สันทัดในการเล่นเกม FPS ในมือถืออาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับมุมกล้องและวิธีการยิงกันสักเล็กน้อยกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเล่นใน Android Emulator ในคอมฯ ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางฝีมือระหว่างคนใช้ระบบทัชสกรีนกับคนใช้เม้าส์และคีย์บอร์ดไปอีก กลายเป็นปัญหาวนลูปแบบลูกโซ่ที่ทำให้มีข้อพิพาทกันได้ไม่จบสิ้น ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าทางผู้พัฒนาเกมจะปล่อยให้ทั้งสองระบบอยู่ร่วมกันต่อไป หรือจะมีระบบตรวจจับเพื่อแยกห้องเล่นกันในอนาคตเพื่อลดปัญหาในจุดนี้